มีข้อผิดพลาด
  • เทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

สายพันธุ์ต้นกระดาษ (กล้ายูคาเนื้อเยื่อ)

สายพันธุ์ต้นกระดาษมีหลายสายพันธุ์ซึ่งมีลักษณะของต้นและผลิตที่แต่งต่างกัน

ขอแนะนำดังต่อไปนี้

1.ต้นกระดาษพันธุ์ K7

''ต้นกระดาษ หรือ ยูคาลิปตัส พันธุ์ k7''

ระยะกล้าไม้อายุ 1 – 2 เดือน
ลำต้น แข็งตั้งตรงและเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย สีน้ำตาลแดง ข้อห่าง ยอดอ่อนสีแดงเข้มถึง แดงอมชมพู มีนวลเล็กน้อย
ใบ สีเขียวเข้ม รูปหอกกว้าง (broad – lanceolate) ปลายใบเป็นติ่งแหลม ฐานใบมนถึง แหลม ขนาด 3.5x8.5 เซนติเมตร
ขอบใบสีแดงเป็นคลื่นใบเรียงตัวแบบตรงกันข้ามตั้งฉาก (opposite decussate)


ระยะไม้ใหญ่ อายุ 3 – 5 ปี
ลำต้น ลำต้นไม่กลม ตั้งตรง มีความเปลาตรงสม่ำเสมอไม่โค้งงอ มีร่องกิ่งชัดเจน ใบหนาแน่น เรือนยอดแหลม ทรงพุ่มแผ่ กว้างครอบคลุมในส่วนที่ 2/3 ของลำต้นนับจากยอด กิ่งมากขนาดปานกลางถึงใหญ่ แตกรอบลำต้น ทำมุมกับลำต้นน้อยกว่า 70 องศา ลิดกิ่งได้ปานกลาง ผิวเปลือกเรียบสีนวลเทา ลอกเปลือกเป็นแผ่น
ใบ ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน รูปหอกกว้าง (broad – lanceolate) ปลายใบแหลม และฐานใบมนถึงแหลม ขอบใบเป็นคลื่น ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate) ขนาด 4.0 x 18.0 เซนติเมตร

ลักษณะอื่น ๆ
- ผลผลิตที่ระยะปลูก 2 x 3 เมตร น้ำหนักเฉลี่ย 17 ตันต่อไร่ ต่อ 5 ปี
- ความต้านทานต่อโรคและแมลง ระยะกล้าไม้ : จากการสังเกตพบอาการของโรคทางใบเล็กน้อยได้แก่ โรคใบจุดเหลี่ยม โรคใบจุดเหลืองดำ ระยะไม้ใหญ่ : พบอาการของโรคใบจุดเหลืองดำ และใบไหม้วงแหวนเล็กน้อยในช่วงฤดูฝนหรือปลายฤดูฝน
- ขอบเขตพื้นที่ปลูก เติบโตได้ดี ในพื้นที่ราบ และที่ราบต่ำ ที่มีความชื้นในดิน และอากาศปานกลางเนื้อดินเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทราย อุ้มน้ำดี หรือดินร่วนปนลูกรัง 

2.ต้นกระดาษพันธุ์ K62

 

ลักษณะกล้าไม้   ระยะกล้าไม้ (อายุ 1-3 เดือน) ลำต้นเหลี่ยม ใบรูปหอกกว้าง ความกว้างเฉลี่ย 4.01 ซม.ความยาวเฉลี่ย 9.83 ซม. ขอบใบเรียบ มีการเรียง ตัวของใบสลับตั้งแต่แรก  สีเส้นกลางใบมีสีเหลือง  สีก้านใบสีแดงแกมเขียวระยะต้นเจริญเติบโตเต็มที่  (อายุ มากกว่า 2 ปี)  ลำต้นกลม  ไม่มีร่อง ใต้กิ่ง เปลือกติดทั่วลำต้น  เปลือกชนิดเรียบเป็นแผ่น  ลอกเปลือกเป็นแผ่นใหญ่ ใบรูปหอกแคบ  กว้างเฉลี่ย 3.15 ซม.  ยาวเฉลี่ย 17.94 ซม. ขอบ ใบเรียบ

ลักษณะไม้ใหญ่  ลำต้นกลมเปาตรง เปลือกเทา ทรงพุ่มหนาแน่น

คุณสมบัติ   เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนทรายถึงร่วนเหนียว ชอบที่ราบ ที่ราบลุ่ม ความชื้นดี

ข้อจำกัด ไม่ควรปลูกในพื้นที่ลุ่มตำ พื้นที่ที่มีดินดาน ไม่ควรเสี่ยงต่อการปลูกในพื้นที่ที่เสียงต่อการขาดน้ำ

 

3.ต้นกระดาษพันธุ์ K83

 ระยะกล้าไม้ (1-3 เดือน)

ลำต้น ลำต้นแข็งตั้งตรง ทรงเหลี่ยม ยอดอ่อนสีแดง
ใบ ใบสีเขียว รูปหอก (lanceolate) ปลายใบแหลม ฐานใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบเป็นคลื่น เส้น
กลางใบสีเหลือง ก้านใบสีแดงแกมเขียว ใบเรียงตัวแบบสลับ (disjunct early)

ระยะกล้าไม้ (2-5 ปี)
ลำต้น ลำต้นเดี่ยว ทรงกลม ตั้งตรง กิ่งเล็กถี่ ทำมุม 30-45 องศากับลำต้น ลักษณะการลอกของ
เปลือกเป็นแถบสั้น (short ribbon) ขณะลำต้นยังสดอยู่เปลือกติดทั่วลำต้น (persistent on
full trunk) ใบ ใบสีเขียว รูปใบหอก (lanceolate) ขอบใบเรียบ

ลักษณะอื่น ๆ
ผลผลิต ให้ผลผลิตเฉลี่ย 23.7 ตัน/ไร่ ที่ระยะปลูก 1.5 x 3 เมตร (อายุ 5 ปี)
ขอบเขตพื้นที่ปลูก ปลูกได้กับพื้นที่ทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีดินร่วน ดินทราย หรือดิน
เหนี่ยว อาจเจริญเติบโตไม่ดีในดินลูกรังที่มีชั้นดาน ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ต่ำที่มี
น้ำท่วมขังเป็นเวลานานเกิน 2 สัปดาห์ และพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการกระทบแล้งเป็นเวลานานในช่วงปีแรก
ความต้านทานต่อโรค-แมลง ทนทานต่อแตนฝอยปม (Leptocybe invasa) ค่อนข้างต้านทานต่อโรคใบไหม้

(Cylindrocladium sp.) ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคใบจุดด่างเหลืองจากเชื้อ สาเหตุ Phaeophlospora destructans

4.ต้นกระดาษพันธุ์ K58

ระยะกล้าไม้อายุ 1 – 2 เดือน
ลำต้น กลม ตั้งตรง ข้อถี่ ยอดอ่อนสีแดงชมพู
ใบ บางสีเขียวอ่อนหนาแน่น รูปไข่ (ovate) ปลายใบเป็นติ่งหนามสั้น (apiculate) ฐานใบมน (obtuse) ขอบใบและแผ่นใบเรียบ ขนาด 5.5 x 8.0 เซนติเมตร ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate)

ระยะไม้ใหญ่อายุ 3 – 5 ปี
ลำ ต้น ลำต้นกลม อาจพบโคนต้นคดเล็กน้อย ทรงพุ่มกว้างแตกพุ่มรอบลำต้น ครอบคลุมในส่วนที่ 1/3 ของลำต้นนับจากยอด ปริมาณใบและกิ่งหนาแน่นมาก กิ่งขนาดกลาง ทำมุมกับลำต้นน้อยกว่า 70 องศา ไม่มีกิ่งง่ามใหญ่ ลิดกิ่งตามธรรมชาติได้ปานกลาง เปลือกค่อนข้างหนาสีน้ำตาลแดง ลอกเปลือกเป็นแผ่นหลังอายุ 2 ปี
ใบ ใบสีเขียวเข้มผิวใบค่อนข้างเป็นมัน รูปหอก (lanceolate) ปลายใบสอบแหลม ฐานใบแหลมขอบใบและแผ่นใบเรียบ ขนาด 3.5 x 15.0 เซนติเมตร ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate)

ลักษณะอื่นๆ
- ผลผลิตที่ระยะปลูก 2 X 3 เมตร น้ำหนักเฉลี่ย 15 - 20 ตันต่อไร่ ต่อ 5 ปี
- ความต้านทานต่อโรคและแมลง ระยะกล้าไม้ : จากการสังเกตพบแมลงกัดกินใบ หรือ
หนอนห่อใบบ้างเล็กน้อย ระยะไม้ใหญ่ : ในช่วงฤดูฝนช่วงฝนตกชุก หรือมีความชื้น
สูง อาจพบอาการใบจุด หรือใบไหม้ได้บ้าง
- ขอบเขตพื้นที่ปลูก เติบโตได้ดี ในพื้นที่ราบ และพื้นที่ชื้นที่มีฝนตกมาก หรือตกไม่มากแต่ตกบ่อยๆ ระบายน้ำดี ไม่มีน้ำท่วมขัง ลักษณะดินเป็นดินที่อุ้มน้ำดี ดินร่วน มีหน้าดินลึก 

5.ต้นกระดาษพันธุ์ G2

-  พันธุ์ จี 2   ได้จากการปลูกทดสอบลูกผสมเปิดชั่วที่ 1    จากแปลงที่มีการปล่อยให้มีการผสมกันอย่างอิสระ
ของต้นแม่ไม้ Eucalyptus grandis W. Hill เป็นแม่พันธุ์ ที่ปลูกทดสอบร่วมกับ E. camaldulensis Dehnh. ในแปลงปลูกทดสอบ อ. พนมสารคาม จ. ฉะเชิงเทรา ในปี 2538

ลักษณะสำคัญของยูคาลิปตัส จี 2

          ระยะกล้าไม้ (อายุ 1–3 เดือน) ลำต้นเหลี่ยม ใบรูปหอก  ความกว้างเฉลี่ย 3.52 ซม. ความยาวเฉลี่ย 8.50 ซม. ขอบใบเป็นคลื่น มีการเรียง ตัวของใบสลับตั้งแต่แรก  สีเส้นกลางใบมีสีส้ม สีก้านใบสีแดงแกมเขียว

 

          ระยะต้นเจริญเติบโตเต็มที่ (อายุ มากกว่า 2 ปี) ลำต้นทรงเหลี่ยม มีร่องใต้กิ่ง เปลือกติดทั่วลำต้น เปลือกชนิดเรียบเป็นแผ่น การลอกเปลือก เป็นแถบสั้น ใบรูปหอกแคบ กว้างเฉลี่ย 3.57 ซม. ยาวเฉลี่ย 18.49 ซม. ขอบใบเรียบ  ดอกเป็นช่อดอกเดี่ยว เกิดที่ซอกใบ มีดอก 5-7 ดอกต่อช่อ ก้านช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก ยาวเฉลี่ย 20.84 มม. กว้างเฉลี่ย 1 มม. รูปทรงของเกสรเพศผู้มีลักษณะงอเมื่อตัดตามแนวดิ่งของดอกตูม รูปทรง ของดอกตูมเป็นรูปกรวยประกบกัน  ฝาปิดเป็นรูปกรวย ลายบนผิวดอกตูมเรียบ สีของเกสรเพศผู้เป็นสีครีม ก้านชูอับเรณูตั้งตรง อับเรณูเป็นรูปรียาว มีออวุลทั้งหมด 6 แถว  ผลเป็นรูปถ้วยด้านบนนูน ฝาปิดของผลยื่นขึ้น

6.ต้นกระดาษพันธุ์ H4

กล้ายูคาเนื้อเยื่อสายพันธุ์ H4
(โตเร็ว สม่ำเสมอ ให้ผลผลิตสูง ต้นทานแตนฝอยปม)
คุณสมบัติของสายพันธุ์
- โตเร็ว สม่่ำเสมอ ให้ผลผลิตสูง
- เนื้อแน่น เปลือกบาง ต้นใหญ่น้ำหนักดี
- ผลผลิต 22 ตัน/ไร่ /4 ปี
- ทนแล้งและทนโรค
- ต้านทานแมลงแตนฝอยปม
- ปลูกร่วมกับพืชเกษตรอื่นได้ดี
- ตัดขายแล้วแตกหน่อยได้ดี เก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลายรอบ
- ออมเงินระยะยาว ชะลอการตัดได้ ไม่เน่าเสียเหมือนพืชเกษตรอื่น

จากการทดลองผสมพันธุ์ ยูคาลิปตัสสายพันธุ์ H4 กว่า 2 ปี และทดลองปลูกอีก 5 ปี  ยูคาลิปตัสสายพันธุ์ H4 ก็พร้อมสำหรับให้เกษตรกรนำไปปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจด้วย

จุดเด่นที่คุณสมบัติทนแล้ง ทนโรค และทนแมลง เช่น แมลงแตนปมฝอย กิ่งเล็ก เปลือกบางทำให้ได้เนื้อไม้ที่มากขึ้น โดยให้ผลผลิตไม้สูงถึง 12-24 ตันต่อไร่ที่อายุ 5 ปี และให้ผลผลิตเยื่อถึง 49% สามารถ ปลูกได้ทั้งในพื้นที่ราบระบายน้ำได้ดี และสามารถทนน้ำขังได้เป็นครั้งคราวในฤดูฝน เหมาะสำหรับการปลูกในที่ดินภาคตะวันตก ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบ ดินเป็นกรด ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียวปนทรายการปลูกยูคาลิปตัสสายพันธุ์ H4 จะ ช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคง เพราะเป็นพืชที่ปลูกง่าย เติบโตเร็ว ดูแลจัดการง่าย ลงทุนน้อย ใช้แรงงานน้อย แต่ให้ผลผลิตและผลตอบแทนสูง คืนทุนเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 4-5 ปีก็ตัดขายได้ แล้วยังสามารถแตกหน่อได้ดี โดยสามารถตัดได้ 3-4 รอบ ในรอบที่ 2 จะให้ผลผลิตที่มากกว่ารอบแรกถึง 30%

...............................................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................................................

7.ต้นกระดาษพันธุ์ H8

ลูก ผสม H8 มีลักษณะเด่นคือ ทนโรคแมลง ปริมาณน้ำฝนมาก เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ดอน หน้าตัดดินลึกกว่า 60 เซนติเมตร เนื้อดินร่วนเหนียวปนทราย ระบายน้ำดี ดินค่าความเป็นกรด ประมาณ pH 4.5-7.0 ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,300-2,500 มิลลิเมตร/ปี เช่น กาฬสินธ์ มุกดาหาร อุบลราชธานี เลย น่าน พิษณุโลก เชียงราย ฉะเชิงเทรา ฯลฯ    

8.ต้นกระดาษพันธุ์ H10

ลูก ผสม H10 มีลักษณะเด่นคือ ทนโรคแมลง ปริมาณน้ำฝนปกติ เหมาะกับพื้นที่ดอน ดินร่วนหยาบ ระบายน้ำดี หน้าตัดดินลึกกว่า 60 เซนติเมตร ดินค่าความเป็นกรด ประมาณ pH 4.5-7.0 ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,200-1,400 มิลลิเมตร/ปี เช่น กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุดรดิตถ์ น่าน เชียงใหม่ ลำพูน สุรินทร์ อุทัยธานี สระบุรี ฯลฯ   

9.ต้นกระดาษพันธุ์ H12

ลูก ผสม H12 มีลักษณะเด่นคือ ทนโรคแมลง ปริมาณน้ำฝนแล้งถึงปกติ เฉลี่ย 1,100-1,400 มิลลิเมตร/ปี เหมาะกับพื้นที่ดินด่างอ่อนๆ ค่า pH ประมาณ 5.0-7.5 เช่น กาญจนบุรี สิงห์บุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง ชัยนาท อยุธยา ฯลฯ แต่ไม่แนะนำปลูกในพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำขังใต้ดิน หรือพื้นที่หน้าดินตื้น หรือดินเหนียวจัด เพราะต้นยูคาลิปตัสจะไม่เติบโต

10.ต้นกระดาษพันธุ์ H14

ลูก ผสม H14 มีลักษณะเด่นคือ ทนโรคแมลง เหมาะกับพื้นที่ดินที่ลุ่มและดินเหนียว ปริมาณน้ำฝนแล้งถึงปกติ เฉลี่ย 1,100-1,400 มิลลิเมตร/ปี ค่า pH ประมาณ 4.5-7.0 เช่น เพชรบูรณ์ ลพบุรี กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ พิจิตร ชัยนาท มหาสารคาม มุกดาหาร สุรินทร์ ศรีสะเกษ ฯลฯ